ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : การขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 5654
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
7613
7601
202
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2017-10-30

การขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ในวันที่น้ำมันเชื้อเพลิงมีการขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องทั่วโลกเช่นนี้ หากเราไม่สามารถ
หยุดหรือเลิกใช้น้ำมันได้ การประหยัดคงเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้เราได้
สบายใจสบายเงินในกระเป๋ากันมากขึ้น การขับรถที่คุณใช้อยู่นั้นก็มีวิธีขับ
ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน ได้ง่ายๆ ดังนี้ 

1. ขณะสตาร์ทรถ ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ ไฟหน้ารถ และเครื่องเสียง
จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เปลืองน้ำมัน 10%

2. ไม่อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับเคลื่อนตัวรถ เพียงขับเคลื่อนรถเบาๆ 1-2 ก.ม.
เครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์แล้วจอดอยู่กับที่ เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี.

3. ไม่เบิ้ล ไม่บิดเครื่องยนต์ การเบิ้ลเครื่องยนต์ ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้ง ส่งผลให้
รถจักรยานยนต์ สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน
100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.

4. ขับรถระยะไกล ด้วยความเร็วคงที่ และไม่เกินป้ายจำกัดความเร็ว
อัตราความเร็วรถที่เหมาะสมที่จะประหยัดน้ำมันได้มากที่สุดคือ 60 - 80 ก.ม./ช.ม.
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถยนต์ที่ความเร็วต่างๆ กัน เปรียบเทียบได้ดังนี้
- ความเร็ว 95 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 80 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 15%
- ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 80 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 29%
- ความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 90 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 10%
- ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 90 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 25%

5. ก่อนถึงไฟแดงชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆ ด้วยการถอนคันเร่ง และค่อยเหยียบ
เบรก นอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้วยังช่วยยืดอายุผ้าเบรก

6. ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที ประหยัดน้ำมันได้ 30 ซีซี. 

7. ขับ 91 เติม 91 เลือกเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะสมกับเครื่องยนต์
การเติมน้ำมันออกเทน 95 ทั้งๆ ที่รถของคุณใช้ออกเทน 91 ได้ ทำให้คุณเสียเงินเพิ่ม
และไม่ช่วยให้เครื่องยนต์แรงขึ้น

8. สังเกตอาการผิดปกติของรถ ควันไอเสียมีสีดำ หรือขาวผิดปกติ เกิดจาก
การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ มีผลให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

9. ควรดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถคอย เพราะการติดเครื่องยนต์จอดรถ
เป็นเวลา 5 นาที จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 100 ซีซี.

10. เติมลมยางให้ถูกต้องตามกำหนด ถ้ายางอ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน
เชื้อเพลิงมากขึ้น

นำมาฝากกันแค่เพียง 10 ข้อเท่านี้ และถ้าสนใจเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน
ในด้านอื่น ติดตามอ่านได้ในคู่มือที่ลิงค์ไว้ด้านล่าง หรือหากต้องการทราบข่าวสาร
เกี่ยวกับพลังงานในประเทศไทยสามารถอ่านได้ที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 5654
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
7613
7601
202
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2017-10-30
19 วิธีกับการประหยัดน้ำมันที่คุณทำได้ (ขอบคุณเจ้าของบทความด้วยครับ ดีมากๆครับ)
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในบ้านเราถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ บรรดาผู้ใช้รถต่างโวยกันว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไรบ้าง เรื่องนี้ ต่างคนต่างความคิด ต่างจิตต่างใจ แม้ว่าราคาน้ำมันจะแพงแสนแพงเท่าไร ก็คงไม่มีใครช่วยอะไรได้เพราะฉะนั้น บรรดาผู้ใช้รถ อย่างเราๆ ท่านๆ ก็คงต้องหาวิธีประหยัดน้ำมันกันไว้หล่ะครับ เพื่อจะได้ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย
เราจึงมีเคล็ด (ไม่) ลับในการช่วยท่านประหยัดน้ำมันมาฝาก ท่านทราบหรือไม่ว่า การขับรถอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ท่านประหยัด และลดภาระค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังจะเป็นการรักษารถยนต์ ให้มีอายุการใช้งาน ที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับวิธีการใช้รถให้ประหยัดน้ำมันนั้น มีหลักง่ายๆ 19 ข้อ ดังนี้
วิ่งไปอุ่นไป เงินเหลือเก็บ น้ำมันเหลือใช้
ไม่ควรอุ่นเครื่องยนต์ก่อนออกรถ เพราะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็น เมื่อออกรถใหม่ๆ ควรขับรถไป ด้วยความเร็วต่ำ ไปสัก 1- 2 กม. จะเป็นการอุ่นเครื่องไปในตัวครับ
กำหนดเป้าหมาย ประหยัดเวลา ประหยัดน้ำมัน
มีจุดหมายในการเดินทางการใช้รถจะต้องมีแผนการเดินทางว่าจะไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ขับไปโดยไร้จุดหมาย
จอดติดเครื่อง ผลาญน้ำมัน เผามลภาวะ
ไม่ควรติดเครื่องยนต์ระหว่างจอดรถในอาคารต่างๆ เพราะการจอดรถที่ติดเครื่องทิ้งไว้ 5 นาที ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน 0.3 ลิตร และเกิดไอเสียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต่อสภาพแวดล้อมและยังผิดกฎหมายด้วยนะครับ โดนปรับหลายพันบาททีเดียว
ขับนิ่มๆ ประหยัดแน่ๆ
อย่าขับรถเร็ว การขับรถเร็วในการใช้รถทางไกล จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ควรขับรถ ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ในอัตราที่เหมาะสม คือ 60-80 กม./ชม. ที่ 1,800 รอบ ท่านจะประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์ หากขับเร็วขึ้นเป็น 100 กม./ชม. จะเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 6% การควบคุมความเร็วให้สม่ำเสมอเหมือนการคุม เงินไม่ให้ไหลออกจากกระเป๋าท่าน แถมชีวิตก็ปลอดภัยอีกด้วย
ออกกระชาก เบรกกระทืบ ทั้งพัง ทั้งซด
อย่าออกรถเร็ว แบบรถแข่งการออกรถเร็วอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนต่างๆ ก็สึกหรอมากเช่นกัน ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรคโดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้ผ้าเบรค และอุปกรณ์การเบรคต่างๆ สึกหรอ เร็วกว่าปกติ
ยิ่งเบิ้ล ยิ่งซด
เกียร์ว่างแต่กลับเร่งเครื่อง สูญน้ำมันไปฟรีๆ แถมเครื่องยนต์ยังจะพังก่อนกำหนดแน่นอน
เลี้ยงคลัตซ์เมื่อไหร่ ทั้งซด ทั้งเปลือง
การเลี้ยงคลัตซ์ตลอดเวลาของการขับ จะทำให้คลัตซ์สึกหรอเร็ว ทุกครั้งที่ชลอความเร็วไม่จำเป็นต้องเหยียบคลัตซ์ ให้ใช้วิธีผ่อนความเร็วก่อน และจึงค่อยเหยียบคลัตซ์เมื่อรถใกล้หยุด จะช่วยยืดอายุคลัตซ์ให้ยาวนานขึ้น
อย่าพักเท้าที่คลัตซ์ หรือเบรค
ซึ่งจะก่อให้เกิดความสึกหรอโดยไม่จำเป็น และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
อย่าลืมปลดเบรกมือ
ถ้าในรถยนต์รุ่นเก่า เมื่อปลดเบรกมือรถยนต์ก็วิ่งออกไปได้แต่จะมีความฝืดมากกว่าปกติ ถ้าขับไปเรื่อยๆ จะทำให้เบรกเสียได้ และสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ในรถยนต์คู่มือมาตรฐาน สำหรับคนมีรถรุ่นใหม่ (กรังปรีดิ์ เรียบเรียง) ถ้าลืมปลดเบรกมือ รถยนต์จะไม่วิ่งต้องปล่อยเบรกมือเสียก่อนจึงจะวิ่ง อย่าลากเกียร์โดยไม่จำเป็นควรเปลี่ยนเกียร์ ตามจังหวะ และรอบความเร็ว ในการใช้งานนั้น เพราะการลากเกียร์นานๆ จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก กินน้ำมันมากขึ้น
วิ่งเร็วเกียร์สูง วิ่งช้าเกียร์ต่ำ
ไม่ควรขับรถลากเกียร์ต่ำนานๆ เพราะจะทำให้เกียร์ทำงานหนัก กินน้ำมันมาก เกียร์ 1 และ 2 เหมาะกับความเร็วต่ำ เกียร์ 3, 4 และ 5 เหมาะกับความเร็วสูง ควรใช้เกียร์ 1 ในการออกรถทุกครั้ง และควรเข้าเกียร์ให้เหมาะสมกับช่วง ความเร็วของรถ และสภาพของถนนด้วยครับ
คาดการณ์ล่างหน้า ทั้งประหยัด ทั้งป้องกันอุบัติเหตุ
ควรคาดการณ์ล่วงหน้า ขณะขับรถเมื่อใกล้ทางแยกหรือทางม้าลายต่างๆ ควรจะชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่เมื่อใกล้แล้ว จึงค่อยลดความเร็ว ไม่ควรเข้าเกียร์ว่างและเหยียบเบรคเพื่อชลอ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรจะแตะเบรคในขณะ ที่เข้าเกียร์อยู่ เมื่อจวนจะหยุดจึงเหยียบคลัตซ์ หรือปลดเกียร์ว่าง
บรรทุกหนักเกิน ซดน้ำมันเพลินแน่
ไม่ควรบรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์สึกหรอ เร็วกว่าที่ควรด้วย การบรรทุกของไม่จำเป็น 25 กม. และวิ่งไป 50 กม. จะเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 ซีซี
ระวังเรื่องล้อและยาง
ตรวจวัดลมยางอยู่เสมอ ปรับลมยางให้เหมาะสมตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำในคู่มือรถ ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพราะถ้าลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางมีความเสียดสีมาก ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเช่นกัน ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไป จะเป็นอันตรายต่อการขับขี่ คือจะทำให้หน้ายางเสียดสีกับพื้นถนนน้อยเกินไปทำให้ไม่เกาะถนนหรืออาจทำให้ยางเกิด ระเบิดได้ หากได้รับการสะเทือนมากเวลาขับบนถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ หากความดันยางต่ำกว่ามาตรฐานทุกๆ 1 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว จะสิ้นเปลืองน้ำมันร้อยละ 2 ควรระวังศูนย์ล้อให้ถูกต้องเสมอ อย่าให้ชนหรือกระทบกระเทือนจนศูนย์ ล้อหน้าเสีย เพราะเป็นผลทำให้ยางสึกหรอผิดปกติ และเพิ่มภาระให้กับเครื่องยนต์ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไป โดยเปล่าประโยชน์
เย็นเกินจ่ายมาก เย็นธรรมชาติจ่ายพอดี
ควรใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็นการใช้เครื่องปรับอากาศทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และจะมีความสิ้นเปลือง น้ำมันเชื้อเพลิง 10 เปอร์เซ็นต์ และน้ำมันที่เผาไหม้ไม่หมดซึ่งอาจหลงเหลืออยู่ในกระบอกสูบจะเป็นตัวการทำให้ เครื่องยนต์ สึกหรออีกด้วย ควรเปิดเครื่องปรับอากาศแต่พอเหมาะ ปรับปุ่มความเย็น และความแรงลมให้สัมพันธ์กัน จะช่วยประหยัด น้ำมันแน่นอน และควรปิดเครื่องปรับอากาศ ก่อนรถจะจอด 500 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร จะช่วยประหยัดได้มากครับ
วางแผนเส้นทางพิชิตรถติด ประหยัดค่าใช้จ่าย
กำหนดการใช้เส้นทางรถยนต์ในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดหนาแน่น หลีกเลี่ยงสภาพถนนที่ไม่ดี เพราะสภาพถนน ที่ไม่ดีทำให้สูญเสียน้ำมันเพิ่มขึ้นดังนี้
- ถนนราดยางที่มีผิวเสียหายร้อยละ 15
- ลูกรังร้อยละ 35
- ทรายแห้งร้อยละ 45
และทุกครั้งที่มีการเดินทางควรศึกษาเส้นทางแผนที่ให้เข้าใจ จะช่วยให้เดินทางถึงที่หมาวยได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และควรจะมีแผนที่ประจำรถด้วย เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
ล้างให้สะอาด
การล้างฝุ่นและโคลนใต้ท้องรถออกให้หมด นอกจากจะเป็นการช่วยลดน้ำหนัก ยังป้องกันสนิมด้วย
การบำรุงรักษาเครื่องให้อยู่ในสภาพที่ดี
หมั่นตรวจไส้กรองเสมอ ไส้กรองเป็นส่วนสำคัญในการที่จะถ่ายเทอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในเครื่อง ถ้าชำรุด หรืออุดตัน จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ และจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ควรทำความสะอาดไส้กรอง อากาศเป็นประจำ ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเมื่อถึงกำหนด ควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุกๆ ระยะ 5,000 กม. ควรตรวจสอบรอยรั่วในระบบ น้ำมันเชื้อเพลิงควรบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ดีตลอดเวลา จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ร้อยละ 3-9 %
อย่าบรรทุกสิ่งของบนหลังคาโดยไม่จำเป็น
เพราะจะเกิดแรงต้านลม ทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานมากกว่าปกติ เป็นการสิ้นเปลืองน้ำมัน
ร่วมด้วยช่วยกัน คาร์พูล (Car Pool) ไปทางเดียวกันไปรถคันเดียวกัน
การเดินทางด้วยระบบคาร์พูล จะทำให้จำนวนรถยนต์ในถนนลดลง การจราจรดีขึ้น ใช้เวลาในการเดินทางลดลง คุณภาพอากาศบนถนนดีขึ้น ที่จอดรถมากขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและบำรุงรักษารถยนต์ลดลง
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 5654
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
7613
7601
202
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2017-10-30
1. ลดน้ำหนักบรรทุกให้ได้มากที่สุด

น้ำหนัก 25 กก. วิ่งระยะทาง 100 กม. ใช้น้ำมันไป 120 ซี.ซี. เท่ากับระยะ 1.2 กม.

น้ำหนัก 50 กก. วิ่งระยะทาง 100 กม. ใช้น้ำมันไป 240 ซี.ซี. เท่ากับระยะ 2.4 กม.

น้ำหนัก 100 กก. วิ่งระยะทาง 100 กม. ใช้น้ำมันไป 480 ซี.ซี. เท่ากับระยะ 4.8 กม.

น้ำหนัก 100 กก. วิ่งระยะทาง 800 กม. ใช้น้ำมันไป 3,840 ซี.ซี. เท่ากับระยะ 38.4 กม.

2. 
ลมยางเหมาะสม ลมยางอ่อน ปอนด์ ยางหนึดทำให้กินน้ำมันเพิ่ม 1-2%

3. 
หมั่นเช็คเครื่อง/เช็ครถ ทุกๆ 1,000 กม. ประหยัดได้ ลิตร

4. 
หากหยุดเกิน 15 วินาที ให้ดับเครื่องทันที

หากยังติดเครื่องไว้ทุกๆ นาที ใช้น้ำมันไป 100 ซี.ซี. เท่ากับระยะทาง กม.

5. 
เปลี่ยนเกียร์สูงทันทีเมื่อเครื่องยนต์ทำงานถึง 2,500 รอบ/นาที

6. 
หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างรุนแรง "เบรคบ่อย ปล่อยคลัทช์-คันเร่งช้า ระยะทางหาย"

"
การปล่อยไหล ประหยัดกว่าปลดเกียร์ว่าง"

7. 
ใช้ความเร็วคงที่ 90 กม./ชม. หรือที่ 1,800 รอบ/นาที จะประหยัดและได้ประโยชน์สูงสุด

หากใช้ความเร็วที่ 110 กม./ชม. จะทำให้กินน้ำมันมากกว่า 25%

8. 
เปิดแอร์ตลอดทำให้กินน้ำมันอีก 10%

9. 
รถเกียร์อัตโนมัติกินน้ำมันกว่าเกียร์ธรรมดา 10%

10. 
น้ำมันเครื่องแพงดีๆ ช่วยการประหยัดได้ 5-10%



เทคนิคการขับรถแบบประหยัดน้ำมัน

1. 
เลือกใช้รถให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน อันนี้ในกรณีที่ ถ้าที่บ้านของคุณมีรถยนต์ให้เลือกใช้มากกว่า คัน  

2. 
อย่าได้พยายามคิดประหยัด โดยใช้วิธีเข้าไปนั่งเบียดเสียด แบบจับคนทั้งบ้านยัดเข้าไปเหมือนอัดปลากระป๋อง  เพราะการทำเช่นนั้น นอกจากจะทำให้รถคันดังกล่าวต้องแบกรับน้ำหนักเกินภาระของเครื่องยนต์แล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองการใช้เชื้อเพลิงมากกว่าปกติ และเกิดการสึกหรอเร็วกว่าเดิมอีกด้วย

3. 
ควรเติมน้ำมันตามชนิดที่คุ่มือการใช้รถแนะนำ  

        
4. 
เป็นไปได้ควรขับช้า ๆ และวิ่งชิดเลนซ้าย รวมทั้งใช้ความเร็วคงที่สม่ำเสมอ เช่นขับที่ประมาณความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. จะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ประมาณ 15-20% เลยทีเดียว 

5. 
เลี่ยงการแตะเบรกอย่างรุนแรง การเหยียบเบรกแต่ละครั้งควรทำด้วยสัมผัสที่นิ่มนวล เพราะการขับรถอย่างกระโชกโฮกฮากมักทำให้ต้องแตะเบรกอย่างรุนแรงตามมา นอกจากเสี่ยงอันตราย ยังทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกถึง 25% 

6. 
รถที่มีแอร์ควรเปิดแอร์ เชื่อหรือไม่ว่าการปิดแอร์แล้วขับรถไม่ได้มีผลต่อการประหยัดน้ำมันแต่อย่างใด เพราะการจะสิ้นเปลืองน้ำมันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ประเภทของรถ และการใช้ความเร็วต่างหาก (แต่มียกเว้นไว้นิดนึงว่า ที่ความเร็วไม่เกินประมาณ 65 ไมล์/ชั่วโมง)  

7. 
หลีกเลี่ยงเส้นทางรถติด อันนี้เป็นการรู้จักวางแผนที่ดีก่อนการออกเดินทางด้วย 

8. 
เวลาเติมน้ำมัน ไม่ควรบอกเด็กปั๊มว่า เต็มถัง แต่ควรจะประมาณเป็นจำนวนเงินที่เกือบจะเต็มถังจะดีกว่า  เนื่องจากทุกครั้งที่เติมน้ำมันเต็มถังนอกจากลิ้นหัวจ่ายน้ำมันจะถูกตัวเซ็นเซอร์สั่งปิดโดยอัตโนมัติ ยังมีการส่งน้ำมันที่ค้างในหัวจ่ายส่วนหนึ่ง ซึ่งผ่านการคิดเงินจากมิเตอร์แล้ว ย้อนกลับไปยังตัวปั๊มจ่าย ดังนั้นส่วนที่ค้างอยู่ในท่อจ่าย และถูกคิดเงินแล้ว จะถูกส่งคืนให้แก่ผู้ขาย 


   
เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย หากเราทำได้ซัก – 4 ข้อนอกจากจะสบายใจเรื่องมีส่วนช่วยประหยัดน้ำมันรถของเราแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกนะครับ. 
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
1+1=? [คำตอบคือ : สอง] คำตอบคือ:สอง
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้