ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : การเกษตรทฤษฎีใหม่
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 5654
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
7613
7601
202
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2017-10-30

การเกษตรทฤษฎีใหม่

กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ

เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย


ตัวอย่างเกษตรกร-นายปฎิพัทธ์ จำมี

“…พอมีพอกิน ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง
ถ้าแต่ละคนมีพอกินก็ใช้ได้ ยิ่งถ้าประเทศมีพอกินยิ่งดี…”

(พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)

นายปฎิพัทธ์ จำมี เกษตรกรวัย ๓๕ ปีจากบ้านเปรียง ตำบลสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ยึดถือแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้แก่พสกนิกรของพระองค์

“เศรษฐกิจพอเพียง”

หลังจากจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๖ ปฏิพัทธ์ได้บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อศึกษาเล่าเรียน ภายใต้ร่มกาสาวพัตร์เป็นเวลา ๓ ปี ก่อนจะลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม

วิถีชีวิตของปฏิพัทธ์วนเวียนอยู่ในท้องไร่ท้องนามาโดยตลอด และหนีไม่พ้นสูตรสำเร็จของชีวิตเกษตรกรจากภาคอีสานโดยทั่วไป คือหมดฤดูทำนาก็มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่

ในช่วงหนึ่งของชีวิต ปฎิพัทธ์เคยไปเป็นคนงานก่อสร้างอยู่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี, และยังเคยไปทำขนม, เป็นเด็กปั๊มน้ำมัน อยู่ในกรุงเทพฯ เหล่านี้คือประสบการณ์ในช่วงหนึ่งของชีวิต

ปี พ.ศ.๒๕๓๙ ปฎิพัทธ์ได้ประสบเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตอีกครั้ง เมื่อมาเป็นทำงานเป็นกรรมกรที่กรุงเทพฯ กลับถูกคนรู้จักมักคุ้นโกงค่าแรง ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับสังคมเมือง ที่ผู้คนคอยเอารัดเอาเปรียบกันอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งคนกันเองยังทำกันได้ลงคอ

ครั้งนั้น ปฎิพัทธ์ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะหันมายึดอาชีพเกษตรกรอยู่ยังบ้านเกิดของตัวเอง ที่จังหวัดสุรินทร์

ปฏิพัทธ์ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสมัชชาคนจนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ โดยเป็นตัวแทนเกษตรกรจากจังหวัดสุรินทร์ โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มองค์กรเรื่อยมา และมุ่งมั่นพัฒนาเส้นทางอาชีพเกษตรกรให้ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกของการทำเกษตรกรรมนั้น เขายังคงใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกจำพวกปุ๋ยและสารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิต

การที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมบ่อยครั้ง รวมทั้งการทัศนศึกษาดูงานยังสถานที่ต่างๆ ทำให้ปฎิพัทธ์ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน ถึงแนวทางการจัดการแปลง และการเพิ่มผลผลิต ซึ่งได้แนวทางมาจากทฤษฎีเกษตรพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้

“..มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง.. เป็นไปตามที่เค้าเรียกว่ายืนบนขาของตัวเอง…แต่ว่าพอเพียงนี้ มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอใจในความต้องการมันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนผู้อื่นน้อย..”

ปฎิพัทธ์ ได้เริ่มปฏิบัติตามขั้นตอนทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยผืนที่ นาที่เคยทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือปลูกข้าวอย่างเดียว จำนวน ๑๒ ไร่ ถูกแบ่งสันปันส่วนดังนี้

พื้นที่จำนวน ๒ ไร่ ส่วนหนึ่งได้ทำการขุดสระสำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นแหล่งอาหารสำหรับครอบครัว โดยมีปลาหลากชนิดอยู่ในสระ นอกจากนี้ ยังมีแปลงสำหรับปลูกพืชผักสวนครัวอยู่รอบๆ สระ เช่นหอม กระเทียม ถั่วฟักยาว พริก มะเขือ ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชสวนครัวพื้นฐานที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหามาบริโภค ทั้งยังมีไม้ผลอื่นๆ อาทิ มะพร้าว ฝรั่ง มะกอกน้ำ กล้วย มะละกอ ฯลฯ เป็นต้น

ส่วนพื้นที่อีก ๑๐ ไร่นั้น ใช้สำหรับปลูกข้าวปลอดสารเคมี ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการบริโภคในแต่ละปี และยังเหลือผลผลิตไว้ขายได้ราคาที่สูงกว่าข้าวที่ปลูกด้วยการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี

การพัฒนาผลผลิตในแปลงนั้นปฎิพัทธ์ พึ่งพาปัจจัยจากภายนอกน้อยมาก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและสารเคมีต่างๆ นั้น เขาไม่ได้นำมาใช้เลย

เมื่อหมดฤดูทำนา หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ผืนนาก็ไม่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า ได้ถูกแปรสภาพเป็นไร่ถั่วพร้า เพื่อสร้างความชุ่มชื้นและรักษาสภาพดินไว้ และเมื่อถั่วพร้าโตเต็มที่ ก็เก็บผลผลิตนำขาย ส่วนลำต้นนั้นก็ถูกไถกลบกลายเป็นปุ๋ยพืชสดสำหรับปลูกข้าวในปีถัดไป

เส้นทางเกษตรกรของปฎิพัทธ์ เป็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะสวนกระแสกับคนหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน
หากแต่ว่าเป็นเส้นทางที่เขาคิดว่ามั่นคงยิ่งนักหากเลือกเดินเส้นทางนี้ และยึดเอาแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่ตั้ง

การพัฒนา เศรษฐกิจแบบพอเพียง สำหรับเกษตรกรนั้น มีการปฏิบัติตามขั้นตอนทฤษฎีใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ๓ ขั้นตอน คือ

๑.ผลิตเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน ในระดับชีวิตที่ประหยัด ทั้งนี้ต้องมีความสามัคคีในท้องถิ่น

๒.รวมกลุ่มเพื่อการผลิต การตลาด ความเป็นอยู่ สวัสดิการ การศึกษา สังคม และศาสนา ๓ ร่วมมือกับองค์กรภายนอกในการทำธุรกิจแลพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องได้ผลประโยชน์

ทุกวันนี้ ปฎิพัทธ์และครอบครัวไม่ต้องพึ่งพาอาหารจากภายนอกมากนัก เพราะผลผลิตที่ได้จากการลงมือปฏิบัตินั้นสามารถหมุนเวียนเป็นอาหารได้ตลอดทั้งปี เว้นเสียแต่ว่าต้องการบริโภคอาหารที่แปลกต่างไปบ้างในบางครั้งคราว

นอกจากนี้แล้ว ปฎิพัทธ์ยังเข้าร่วมกับกลุ่มเกษตรกรที่ยึดแนวทางพระราชดำริเกษตรพอเพียงและการทำนาข้าวปลอดสารเคมี มีการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เป็นนิจ

ประการสำคัญคือ เขาได้เป็นตัวแทนของกลุ่มเกษตรในจังหวัดสุรินทร์ ที่เข้าร่วมกับกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อเรียนรู้เทคนิคและวิธีการใหม่ๆ ทางวิชาการเพื่อพัฒนาและเพิ่มผลผลิตให้กับตนเอง และนำความรู้มาถ่ายทอดให้กับเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพ การเผาถ่านโดยใช้ถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตร และการทำน้ำส้มควันสำหรับใช้กับแปลงพืชผักสวนครัวและไม้ผล ทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงไปได้มาก

ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ปฎิพัทธ์ยังมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรเพื่อนบ้านต่างประเทศยังประเทศมาเลเซียอีกด้วย

จากการที่ได้ลงมือทำในรูปแบบพึ่งตนเองให้มากที่สุด และตั้งใจไว้ว่า อยากให้ผืนนาของตัวเองเป็นป่าให้ร่มเงาเวลาเดินดูผลผลิต และคืนความชุ่มชื้นให้กับธรรมชาติ และวันนี้ผลผลิตที่ได้มากกว่ารายจ่ายที่ออกไป นั่นหมายถึงการมีเงินเก็บ โดยไม่ต้องออกไปใช้แรงงานข้างนอก ดังเช่นที่หลายคนเป็นอยู่
เหล่านี้ ล้วนเกิดจากความตั้งใจ ความทุ่มเทให้กับอาชีพเกษตรกรและยึดแนวทางพระราชดำริ เกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจแบบพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ ของชาวไทย
แม้เส้นทางยังอีกยาวไกล และด้วยวัย ๓๕ ปี กับพื้นที่เพียง ๑๒ ไร่ ปฎิพัทธ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากตั้งใจย่อมประสบผลสำเร็จแน่นอน.


 กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ

เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย

รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
1+1=? [คำตอบคือ : สอง] คำตอบคือ:สอง
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้