ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : สิ้นพ่อคูณ ชาวไทยร่ำไห้! เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด มรณภาพ 11.45 นาฬิกา
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 5654
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
7613
7601
210
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2017-10-30

สิ้นพ่อคูณ ชาวไทยร่ำไห้! เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด มรณภาพ 11.45 นาฬิกา

พระราชทานโกศ โถ ฉัตรเบญจา เทียบชั้นธรรม แด่ “หลวงพ่อคูณ” หลังละสังขารแล้ว จากอาพาธหัวใจหยุดเต้นต้องนำส่ง รพ.มหาราชนครราชสีมา กะทันหันช่วงเช้ามืดวันที่ 15 พ.ค. แพทย์ปั๊มหัวใจหลายรอบ แต่อาการทรุดหนัก ก่อนมรณภาพอย่างสงบเวลา 11.45 น. วันที่ 16 พ.ค. ศิษยานุศิษย์พากันโศกเศร้าเตรียมสถานที่รับศพกลับวัดบ้านไร่ แต่ต้องรอเก้อ เพราะติดพินัยกรรมที่พระเทพวิทยาคมมอบให้คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น พ่อเมืองโคราชต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องถกเครียด สุดท้ายจำต้องทำตามเจตนารมณ์พร้อมกับเคลื่อนสรีระไปเป็นอาจารย์ใหญ่ทันทีภายใน 24 ชม. พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อายุ 92 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มรณภาพอย่างสงบแล้ว หลังมีอาการอาพาธหัวใจหยุดเต้นเข้ารักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เป็นการด่วนเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ด่วน “พ่อคูณ” ละสังขาร 11.45 น. ต่อมาเวลา 12.30 น.วันที่ 16 พ.ค. นพ.สมอาจ ตั้งเจริญ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ คณะแพทย์ คณะกรรมการวัดบ้านไร่ และญาติหลวงพ่อคูณ ร่วมกันแถลงว่า หลวงพ่อคูณได้มรณภาพอย่างสงบแล้วเมื่อเวลา 11.45 น.วันเดียวกัน เนื่องจากการทำงานหลายระบบของท่านล้มเหลว และภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น คณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา และจาก รพ.ศิริราช ได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนการจัดการกับสังขารของหลวงพ่อคูณจะมีการหารือกันอีกครั้ง เพราะท่านได้บริจาคร่างกายให้แก่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แพทย์แจงมรณภาพตั้งแต่ที่วัด นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ ประธานคณะกรรมการแพทย์ที่ให้การรักษาพระเทพวิทยาคม กล่าวว่า สาเหตุที่หลวงพ่อมรณภาพก็อย่างที่ทุกคนทราบว่าคือหลวงพ่อคูณหยุดหายใจ สาเหตุคือมีลมรั่วเข้ามาในปอดหรือปอดแตก ทำให้หัวใจหยุดเต้น เนื่องจากว่าเราต้องช่วยปั๊มหัวใจเป็นเวลานาน ปกติสมองขาดออกซิเจน 4 นาทีก็แย่แล้ว แต่กรณีของหลวงพ่อคูณ แพทย์พยายามปั๊มหัวใจนานถึง 1 ชั่วโมง หลังนำท่านมาถึงก็พยายามช่วยกันเต็มที่ เมื่อเช้าก็มีการปั๊มหัวใจเพิ่มประมาณ 05.40 น. ถึง 2 รอบ แต่ท่านมีภาวะเป็นผักแล้วคือไม่รับรู้ใดๆแล้ว คือพูดตรงๆ ท่านจากเราไปตั้งแต่อยู่วัดบ้านไร่แล้ว หลังจากหยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานานก็พาให้อวัยวะอื่นๆ แย่ตามไปด้วย คือสมองไปตั้งแต่แรก ต่อมาหัวใจเราพยายามยื้อ และต่อมาปอดจนมาที่ไต ผลพวงจากการที่หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานาน ทำให้อวัยวะที่สำคัญหลายอวัยวะของท่านวายตามไปด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลวงพ่อมรณภาพในที่สุด ทำพินัยกรรมมอบสังขารให้ รพ. จากนั้นเวลา 13.30 น. นายบุญยืน คำหงส์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการวัดบ้านไร่เข้าประชุมร่วมกับพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา นายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒธรรมจังหวัดนครราชสีมา และคณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อหารือเกี่ยวกับพิธีกรรมและการจัดการกับสังขารหลวงพ่อคูณ โดยพระราชสีมาภรณ์กล่าวว่า มติที่ประชุมให้ทำตามพินัยกรรมฉบับสุดท้าย หลวงพ่อคูณระบุไว้ชัดเจนตอนที่มีชีวิตอยู่และมีสติสัมปชัญญะว่าให้บริจาคร่างกายแก่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งจะต้องทำตามพินัยกรรมที่ทำไว้ ต่อรองขอศพไปตั้งที่วัดบ้านไร่ รอง ผวจ.นครราชสีมากล่าวอีกว่า ส่วนจะนำศพไปที่วัดบ้านไร่ได้ก่อนหรือไม่ คงต้องรอคณะแพทย์จาก รพ.ศรีนครินทร์มาถึงก่อนว่าจะอนุญาตตามที่ลูกศิษย์ขอว่าให้ตั้งบำเพ็ญกุศล 7 วันก่อน แต่หาก รพ.ศรีนครินทร์จำเป็นต้องนำศพไปก็คงต้องรออีก 2-3 วัน จากนั้นจะคืนศพกลับมาบำเพ็ญกุศลได้ ทั้งนี้ พินัยกรรมฉบับสุดท้ายระบุว่า หากหลวงพ่อหมดลมหายใจให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่ รพ.ศรีนครินทร์ ภายใน 24 ชั่วโมง ประเด็นนี้ทางลูกศิษย์อยากจะขอไว้ก่อน เพราะหลวงพ่อคูณมีศิษยานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธามาก จึงอยากจะตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดก่อนที่จะมอบให้ทาง รพ.ศรีนครินทร์นำไปศึกษา แต่นายบุญยืน ประธานในที่ประชุมแย้งว่าต้องให้เป็นไปตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ ฉะนั้นจึงยังหาข้อยุติไม่ได้คงต้องรอปรึกษาคณะแพทย์จาก รพ.ศรีนครินทร์ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร ย้ายไปชั้น 9 เปิดให้ศิษย์กราบไหว้ เวลา 15.30 น. คณะสงฆ์นำโดยพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ นพ. สมอาจ ตั้งเจริญ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา และคณะศิษย์ได้เคลื่อนย้ายสรีระพระเทพวิทยาคมจากหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขึ้นไปตั้งที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ประกอบพิธีวางพวงมาลัยเคารพศพหลวงพ่อคูณ ระหว่างเส้นทางจากอาคารการไฟฟ้าฯถึงชั้น 9 มีญาติโยมยืนรอกราบร่างหลวงพ่อคูณแออัดล้นหลาม เมื่อถึงชั้น 9 มีศิษยานุศิษย์เฝ้ารออยู่หน้าห้องเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่ได้ให้คณะสงฆ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แพทย์พยาบาล บุคลากรของโรงพยาบาล และลูกศิษย์ใกล้ชิดเข้ากราบก่อน จากนั้นเปิดให้ประชาชนเข้าแถวชุดละ 10 คนเข้ากราบร่างหลวงพ่อคูณ พ่อเมืองโคราชหารือแพทย์ มข. ส่วนที่ห้องประชุมบุญประสงค์ ติดห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา ร่วมประชุมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะสงฆ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเรื่องสรีระหลวงพ่อคูณ นายธงชัยเปิดเผยว่าอยากกราบเรียนประชาชนชาวไทยและต่างประเทศว่าตลอดเวลาที่หลวงพ่อคูณมีชีวิต ท่านสร้างคุณูปการให้กับประชาชนและศาสนาพุทธมากมาย รวมทั้งเป็นผู้ที่นำพระธรรมคำสอนของพุทธองค์มาเผยแผ่ให้ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง และหลวงพ่อไม่ได้สอนให้งมงายหรือเชื่อในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ หากใครอยู่ใกล้ก็จะสัมผัสได้ แต่หลวงพ่อจะสะท้อนออกมาในแง่ธรรมะทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อหลวงพ่อได้ละสังขาร เราก็ควรจะแสดงกตัญญูกตเวทิตาให้เหมาะสม ต้องทำตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ ผวจ.นครราชสีมากล่าวว่า สุดท้ายแล้วบทสรุปในการหารือกันก็คือให้ยึดการดำเนินการตามพินัยกรรมที่ทำขึ้นที่วัดบ้านไร่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2543 มีสาระสำคัญคือ สรีระของหลวงพ่อเมื่อถึงแก่มรณภาพแล้วมอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่หรือศึกษาทางแพทย์ 2.กำหนดการฌาปนกิจ มอบให้คณะแพทยศาสตร์ มข. และศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดและนายอำเภอด่านขุนทดเป็นเจ้าภาพในการฌาปนกิจ รายละเอียดต่างๆนั้นคือให้บำเพ็ญกุศลศพที่คณะแพทยศาสตร์ มข. และให้นำศพไปถึง มข.ภายใน 24 ชั่วโมงซึ่งเขียนไว้ชัดเจน เมื่อถึงแล้วให้ทำการบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 7 วัน ภายใน 7 วันนั้นค่าใช้จ่ายให้นำเงินที่ได้บริจาคไว้จำนวน 300,000 บาทให้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการบำเพ็ญกุศล หากมีผู้มาทำบุญก็ให้นำเงินดังกล่าวไปคืนให้คณะแพทยศาสตร์ที่ให้ไว้ หากยังมีเงินเหลืออีกให้นำเงินไปรักษาสงฆ์อาพาธที่อยู่ รพ.สงฆ์ใน จ.ขอนแก่น นำอัฐิเถ้าถ่านลอยอังคารน้ำโขง “พินัยกรรมได้เขียนละเอียดชัดเจน และหากนำสรีระหลวงพ่อคูณไปใช้ศึกษาแล้วซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ให้นำไปฌาปนกิจที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นให้นำอัฐิ เถ้าถ่าน ไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ฉะนั้นเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาให้ทำตามเจตนารมณ์ของท่านที่ให้ไว้เพราะท่านต้องการให้ทุกอณูของหลวงพ่อเป็นประโยชน์กับสรรพสัตว์ทั้งหลายในการเรียนรู้วิชาแพทย์และไม่อยากเบียดเบียนใครอีก แม้แต่งานที่เกี่ยวกับพระราชพิธีทั้งหมดก็ให้งด ก็จะเป็นการฌาปนกิจศพเหมือนอาจารย์ใหญ่ทั่วๆไปของทุกคนที่ใช้ในการศึกษาเรียนรู้” นายธงชัยกล่าว เสร็จแล้วนำศพไปขอนแก่นทันที ด้าน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่เปิดให้ประชาชนที่ศรัทธาได้เข้ากราบนมัสการสรงน้ำศพหลวงพ่อคูณที่ รพ.มหาราชนคร-ราชสีมา เรียบร้อยแล้ว จะขอกราบนำสรีระร่างของหลวงพ่อคูณไปที่ มข. โดยคาดว่าจะเคลื่อนศพได้ช่วง 20.00 น.เพื่อฉีดน้ำยารักษาสรีระของท่านให้พร้อมที่จะเป็นครูใหญ่ต่อไป และหลังจากนั้นจะพักสรีระของท่านไว้ที่ศาลา 25 ปี และวันที่ 17 พ.ค.จะเคลื่อนไปที่หอประชุมกาญจนาภิเษกและจะบำเพ็ญกุศลสรีระท่านเป็นเวลา 7 วัน โดยวันที่ 17 พ.ค.จะเป็นคืนแรก ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้าไปกราบนมัสการท่านได้โดยเจ้าภาพจะเป็นเจ้าภาพร่วมระหว่างคณะทำงานที่ทาง มข.ตั้งขึ้น และทางคณะทำงานของ จ.นครราชสีมาตั้งขึ้น และมีการเชิญส่วนราชการเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ ย้ำทำตามเจตนารมณ์หลวงพ่อ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวด้วยว่า เรามีความตั้งใจที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์เจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนกระบวนการที่จะนำสรีระร่างท่านไปใช้เพื่อการศึกษาคือจะมีการนำร่างท่านไปดอง 1 ปี เราได้สั่งทำอ่างแก้วเป็นกรณีพิเศษ หากญาติโยมจะเข้าไปกราบก็สามารถเข้ามาได้ จากนั้นจะนำร่างขึ้นมาให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนเป็นระยะเวลา 2 ปีการศึกษา เมื่อครบการศึกษาแล้วก็จะเป็นไปตามเจตนารมณ์ใช้เวลาประมาณ3 ปี ในปีที่ 3 จะมีการพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษสำหรับครูใหญ่ทุกคนที่ทาง มข.ได้ขอไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะมีหลวงพ่อคูณและครูใหญ่ทำพิธีพร้อมกันด้วย มอบให้คณะแพทย์ใน 24 ชม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพินัยกรรมหลวงพ่อคูณมีเนื้อหาสำคัญ อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ในขณะนั้น ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 ขอทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง 1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากละสังขาร เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น มอบให้กับภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป 2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน ห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ 3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น หรือวัดอื่น และ 4.เมื่อดำเนินเสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม น้องสาววัย 89 ร่ำไห้-ทำใจไม่ได้ ขณะที่บรรดาญาติโยมที่เฝ้ารอดูอาการที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าหลังทราบข่าวหลวงพ่อคูณมรณภาพถึงกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้อนุญาตให้เฉพาะลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดนำพวงมาลัยเข้าไปเคารพศพในห้องไอซียูและห้ามสื่อมวลชนและประชาชนเข้าไปด้านในอย่างเด็ดขาด โดยนางคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ อายุ 89 ปี น้องสาวของหลวงพ่อคูณที่มาเฝ้าดูอาการหน้าห้องถึงกับร่ำไห้ไม่หยุด เนื่องจากทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่สวดมนต์ต่อชะตา ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนที่หลวงพ่อคูณจะละสังขาร ลูกศิษย์ได้จัดพิธีสวดมนต์ต่อชะตาตวงน้ำ หรือพิธียกครูหลวงปู่คูณให้กับหลวงพ่อคูณใต้ต้นโพธิ์ ซึ่งได้ก่อกองทราย 99 กอง ตวงน้ำ ไม้ค้ำโพธิ์และไทรอย่างละอัน นิมนต์พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ป่าสะเดาที่อยู่ใกล้กับวัดบ้านไร่จำนวน 5 รูป มาทำพิธีสวดมนต์ต่อชะตาตวงน้ำ บริเวณลานหลังศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ทำต่อกันมาตั้งแต่โบราณ โดยนางสุณี หงส์ขุนทด หรือป้านี อายุ 59 ปี กล่าวว่า พิธีดังกล่าวเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ ขณะที่พระสงฆ์สวดมนต์ พระสงฆ์ที่เป็นประธานการสวดก็จะทำพิธีตักน้ำใส่บาตรพระไปเรื่อยๆเพื่อให้จำนวนครั้งเกินอายุหลวงพ่อคูณ จบพิธีสวดมนต์พอพระสวดจบ ถ้าได้จำนวนครั้งที่ตักน้ำเกินอายุหลวงพ่อคูณ ถือว่าเป็นเรื่องดีแต่ถ้าขาดถือว่าชะตาไม่ดี และทุกครั้งที่หลวงพ่อคูณเข้า รพ.ตนก็จะทำพิธีแบบนี้ทุกครั้ง และก็จบพิธีด้วยชะตาดีทุกครั้ง คราวนี้ผลการตวงน้ำได้เกินอายุหลวงพ่อคูณอีก 12 ขันครึ่ง ถือว่าชะตาหลวงพ่อคูณยังดี แห่เช่าบูชาพระเครื่องแน่นวัด ขณะที่ช่วงบ่าย ภายหลังทราบข่าวการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ พบว่าบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ ได้มีประชาชนเดินทางมาที่วัดเพื่อรอรับศพและกราบไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่อเป็นวาระสุดท้าย ทำให้ลานจอดรถภายในวัดแน่นขนัดไปด้วยยวดยานต่างๆ ส่วนบริเวณสถานที่จำหน่ายวัตถุมงคล ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อคูณไปมุงแย่งบูชาพระเครื่องรุ่นต่างๆเพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลตามความศรัทธาและเชื่อถือ ส่วนบริเวณศาลาใต้ถุนพระอุโบสถ บรรดาลูกศิษย์ได้ช่วยกันจัดสถานที่และประดับไฟแสงสีเพื่อใช้เป็นที่ตั้งศพ แต่เมื่อรู้ว่าไม่สามารถนำศพมาที่วัดบ้านไร่แน่นอนแล้วจึงยุติลง นายเลี่ยม เอิบขุนทด อายุ 58 ปี และนางบัวลิม เอิบขุนทอด อายุ 53 ปี สองสามีภรรยา บ้านอยู่ อ.ด่านขุนทด เผยว่า ปกติมากราบหลวงพ่อคุณเป็นประจำ วันนี้รู้ข่าวว่าหลวงพ่อท่านละสังขารก็เลยมาเช่าวัตถุมงคลรุ่นสุคโต และสร้างบารมี 6 องค์ รวมทั้งได้เช่าเหรียญพิเศษเป็นเหรียญเงินฝังเพชรด้วยและจะกลับมาเช่าอีก ส่วนนายอภิสัณห์ เอื้อชัยเลิศกุล อายุ 56 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจาก กทม. ตั้งใจมากราบหลวงพ่อคุณ เมื่อท่านละสังขารก็ได้กราบเพียงรูปเหมือนที่ตั้งอยู่ ก่อนเช่าวัตถุมงคลไว้บูชา และเอาไปฝากญาติผู้ใหญ่ด้วย เป็นรุ่นรวยรวย และรุ่นดีจริง 12 องค์ ม.ขอนแก่นจัดสถานที่รอรับศพ ส่วนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น มีการจัดสถานที่ศาลา 25 ปี มข. ไว้รอรับสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 ซึ่งได้มรณภาพช่วงสายที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และตามพินัยกรรมระบุให้นำศพมาอยู่ในความดูแลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใน 24 ชม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำความสะอาดและจัดเตรียมสถานที่รองรับพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศที่จะเดินทางมาเคารพศพหลวงพ่อคูณเป็นจำนวนมาก วางสรีระสังขารจากพื้น 1 เมตร รศ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า การจัดเตรียมสถานที่โดยเฉพาะการจัดวางสรีระสังขารจะสูงจากพื้น 1 เมตร โดยนำรูปแบบการจัดเตรียมสถานที่เช่นเดียวกับในงานพิธีศพของหลวงปู่ศรี มหาวีโร เจ้าอาวาสวัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด ถือเป็นการจัดพิธีที่สมเกียรติ ส่วนรอบบริเวณสถานที่จะมีการจัดตั้งโรงทานและเต็นท์กว่า 20 หลังเพื่อต้อนรับคณะศิษยานุศิษย์ที่จะมาร่วมไว้อาลัยทั่วทุกสารทิศ โดยจะดำเนินงานตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมทั้งหมด จัดงาน 7 วัน–นศ.แพทย์เรียน 3 ปี รศ.พิพัฒน์พงษ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังคงจัดตั้งจุดรับบริจาคให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่อ โดยยอดเงินที่ได้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพและสมทบบริจาคเข้าสู่อาคารสงฆ์อาพาธของ รพ.ศรีนครินทร์ตามที่พินัยกรรมกำหนดไว้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ หลังการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 7 วันแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนของกระบวนการจัดการเรียนการสอนจะใช้เวลา 3 ปี แยกเป็นการดูแลรักษาศพตามหลักวิทยาศาสตร์ (ดองศพ) 1 ปี และใช้ในการเรียนการสอนตามหลักสูตรนักศึกษาแพทย์แต่ละรายวิชาอีก 2 ปี จากนั้นจะเข้าสู่พิธีการของการพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ต่อไป ตร.ระดมกำลังรับคลื่นมหาชน ขณะที่ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตำรวจพร้อมอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ โดยเฉพาะตลอดเส้นทางที่ขบวนสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณเข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจท้องที่และตำรวจทางหลวงจะจัดรถนำขบวนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับขบวนรถดังกล่าวที่คาดว่าจะมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตลอดแนวถนนมิตรภาพตั้งแต่ อ.พล โนนศิลา บ้านไผ่ บ้านแฮด เข้าสู่เขต อ.เมืองขอนแก่น จนถึงสถานที่ของการประกอบพิธีทางศาสนาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะที่ตำรวจจราจรและสายตรวจจะประจำที่สถานที่ประกอบพิธีทั้ง 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ศิษยานุศิษย์ในแต่ละวันหลายหมื่นคน ประวัติ “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” สำหรับประวัติพระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับสมญานามว่า “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” หลวงพ่อคูณเกิดในสกุล ฉัตรพลกรัง เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2466 ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด บิดา-มารดา ชื่อนายบุญ และนางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน ครอบครัวประกอบอาชีพชาวไร่ ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ในวัยเยาว์ท่านต้องสูญเสียโยมบิดามารดาในขณะที่ลูกทั้ง 3 คนยังเป็นเด็ก ท่านกับน้องๆจึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว ฝากตัวเป็นศิษย์ “หลวงพ่อแดง” เมื่ออายุ 6-7 ขวบ ด.ช.คูณ เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์ฉายและพระอาจารย์หลทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิทยาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ จนกระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2487 ได้รับฉายาว่า ปริสุทฺโธ ภายหลังอุปสมบทเป็นพระ ท่านฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด โดยหลวงพ่อแดงเป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด อีกทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนและลูกศิษย์เป็นอย่างมาก ออกธุดงค์จาริกไปฝั่งลาว–เขมร หลวงพ่อคูณอยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปเป็นสหธรรมิกกันต่างให้ความเคารพซึ่งกัน และกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะมักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิทยาคมเสมอ เวลาล่วงเลยผ่านไป กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่าลูกศิษย์มีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป ครั้งแรกหลวงพ่อคูณได้ท่องธุดงค์จาริกอยู่ในเขต จ.นครราชสีมา จากนั้นจาริกออกไปไกลถึงประเทศลาวและประเทศเขมร มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา และอุปาทานทั้งปวง กลับแผ่นดินเกิดสร้างวัดบ้านไร่ หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่กาลแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากประเทศเขมรเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตด้าน จ.สุรินทร์ สู่ จ.นครราชสีมา กลับบ้านเกิด จากนั้นเริ่มดำเนินการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพื่อเป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา เริ่มสร้างอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณถือได้ว่าเป็นพระที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการสงฆ์และพัฒนาท้องถิ่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านการหาทุนสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน ทูลเกล้าฯถวายเงิน 72 ล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมายังวัดบ้านไร่ เพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่บุษบกเหนือพระอุโบสถวัดบ้านไร่ครั้งนี้มีการจัดสร้างพระยอดธงรุ่นแรก หรือรุ่นทูลเกล้าฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่าชาวด่านขุนทด มีปัญหาขาดแคลนน้ำทุกปีในช่วงหน้าแล้ง จึงทรงมีพระราชดำริ และพระราชทานเงินให้กรมชลประทาน จัดทำโครงการพัฒนาลำน้ำสาขาห้วยสามบาท อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ซึ่งหลวงพ่อคูณ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน 72 ล้านบาทโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ครั้งนั้นมีเรื่องเล่าขานกันต่อๆมาว่าคำพูดของหลวงพ่อคูณที่ปกติจะใช้คำไทยๆ “กู-มึง” มาตลอด ทำให้เหล่าข้าราชการที่รอรับเสด็จต่างกังวล แต่หลังจากผ่านพ้นวันนั้นแล้ว มีลูกศิษย์ถามหลวงพ่อว่า “ในหลวง” ตรัสอะไรกับหลวงพ่อบ้าง หลวงพ่อคูณตอบมาว่า “มึงรู้ไหม มือพระองค์เป็นมือคนทำงานอย่างก๊ะชาวไร่ชาวนา แข็งกระด้างมากๆ” และเมื่อถูกถามอีกว่า หลวงพ่อใช้คำเรียกพระองค์ว่าอะไร หลวงพ่อก็ตอบว่า พระองค์ตรัสประโยคแรกว่า “หลวงพ่อครับ พูดตามปกตินะครับ ผมเป็นคนไทย” 80 พรรษา–ถวายอีก 100 ล้าน ต่อมาในปี 2549 หลวงพ่อคูณได้ตั้งใจถวายเงินเพื่อเป็นพระราชกุศลฯ อีกครั้งเป็นเงิน 100 ล้านบาท ในโอกาสครบ 12 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช ดำเนินมาวัดบ้านไร่ และในหลวงจะทรงเจริญพระ ชนมพรรษา 80 พรรษา และหลวงพ่อคูณจะมีอายุครบ 84 ปี หรือครบ 7 รอบ จึงมีการระดมทุนครั้งใหญ่ และหลวงพ่อคูณเดินทางเข้าน้อมเกล้าฯถวายเงินจำนวนดังกล่าวที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปีถัดมา เลื่อนสมณศักดิ์ชั้นพระเทพ ส่วนสมณศักดิ์มีดังนี้ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2535 เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญที่ พระญาณวิทยาคมเถร 10 มิถุนายน พ.ศ.2539 เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชวิทยาคม อุดมกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี และ 12 สิงหาคม พ.ศ.2547 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม อุดมธรรมสุนทร ปสาทกรวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อย่างไรก็ดี ตามหลักเกณฑ์เทียบเกียรติยศพระราชทานแก่พระศพและศพ สำนักพระราชวัง กรณีพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) มรณภาพ เบื้องต้นตามสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเทพ จะได้รับพระราชทานน้ำหลวง หีบทองทึบ เป็นเครื่องเกียรติยศ และได้รับพระราชทานเพลิงหลวง กับรถวอเชิญหีบศพ เป็นเครื่องเกียรติยศในการพระ ราชทานเพลิงศพ พระราชทานโกศโถชั้นธรรม นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศโถ ฉัตรเบญจา พร้อมเครื่องประกอบสมณศักดิ์ชั้นธรรมในการประกอบพิธีศพหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการเลื่อนชั้นสมณศักดิ์ให้กับหลวงพ่อคูณเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากโกศโถ เป็นโกศสำหรับพระราชาคณะชั้นธรรม แต่สมณศักดิ์ปัจจุบันของหลวงพ่อคูณคือชั้นเทพ ซึ่งโดยปกติแล้วจะได้รับพระราชทานหีบทองบรรจุศพ พร้อมกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับพิธีศพหลวงพ่อคูณอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วันด้วย ย้ายศพพ่อคูณไป ม.ขอนแก่น จากนั้นช่วงเย็น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เดินทางไปเคารพศพหลวงพ่อคูณ บนชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ และร่วมกับลูกศิษย์ใกล้ชิดเคลื่อนย้ายสรีระสังขารขึ้นรถตู้เบนซ์กู้ชีพของ รพ.มหาราชนครราชสีมา หมายเลขทะเบียน นก 1669 นครราชสีมา และออกจากโรงพยาบาลเวลา 19.30 น. ไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จัดเตรียมอาคาร 25 ปีเป็นสถานที่รับสรีระสังขารชั่วคราวก่อนย้ายไปที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก เวลา 14.00-15.00 น. วันที่ 17 พ.ค. และจะมีการสวดอภิธรรมศพคืนแรกจนถึงวันที่ 23 พ.ค.
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
1+1=? [คำตอบคือ : สอง] คำตอบคือ:สอง
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้